ปืนใหญ่ เจ้าพ่อ เอฟเอคัพ

ปืนใหญ่ เจ้าพ่อ เอฟเอคัพ

Tuesday 4th August 2020

ปืนใหญ่ ย้ำแค้นเอาชนะ สิงห์บลูส์ ในรอบชิงชนะเลิศ ซ้ำรอยปี 2002 และปี 2017

นอกจากสถิติแชมป์มากสุดแล้ว อาร์เซน่อล ยังเก็บชัยชนะได้ตลอด 7 นัดหลังสุดที่เข้าชิงชนะเลิศ เรียกได้ว่ายึดสโลแกน เจ้าพ่อเอฟเอ คัพ”

ในช่วงแรก อาร์เซน่อล กับ เชลซี มีโอกาสฝั่งละหน ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ได้โขกลุ้นให้ปืนใหญก่อนแต่ไม่เข้ากรอบ ขณะที่ เมสัน เมาท์ ได้โอกาสสับไกหน้าเขตโทษ วิถีบอลพุ่งเข้ากรอบ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ต้องออกแรงเซฟ

การเล่นเพรสซิ่งและโจมตีเร็วของ เชลซี ได้ผลตั้งแต่นาทีที่ 5 เมื่อ คริสตียน พูลิซิช พลิกบอลได้ก่อนไกลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ เมสัน เมาท์ ได้ตบเข้ากลางแฉลบผู้เล่น อาร์เซน่อล โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ เขี่ยให้ พูลิซิช แตะหนี คีแรน เทียร์นี่ย์ ก่อนงัดบอลผ่าน มาร์ติเนซ เข้าไปอย่างเด็ดขาด

เชลซี ดีกว่าชัดเจนในช่วง 20 นาทีแรก เกมรุกที่นำโดย คริสเตียน พูลิซิช สามารถกดดันแนวรับ อาร์เซน่อล ได้ต่อเนื่อง ทีมปืนใหญ่ ไม่สามารถพาบอลไปถึงผู้เล่นเกมรุกอีกเลยหากไม่นับจังหวะต้นเกมเพราะเป็นฝ่ายตั้งรับเป็นส่วนใหญ่

ทีมของ มิเกล อาร์เต้า เริ่มได้โงขึ้นหลังผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก เกมรุกเริ่มมีจังหวะต่อบอลสวยๆ หน้าเขตโทษ เชลซี และส่งบอลตุงตาข่ายได้จากลูกยิงของ นิโกล่าส์ เปเป้ ทว่า เอนส์ลี่ย์ เมตแลนด์-ไนล์ส ยืนล้ำหน้าอยู่ก่อน จึงพลาดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย

อย่างไรก็ตาม ปืนใหญ่ ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะสาดบอลยาวของ คีแรน เทียร์นี่ย์ ที่ลอยโด่งไปถึง โอบาเมย็อง วิ่งเบียดกับ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก่อนถึงบอลก่อนและโดนกัปตันทีม เชลซี เหนี่ยวล้ม

จังหวะนี้ถกเถียงกันมากว่าสมควรเป็นใบเหลืองหรือไม่เพราะในมุมของ เชลซี สามารถมองได้ว่า ชาก้า อาจจะทำฟาวล์ก่อนด้วยซ้ำซึ่งจังหวะ 50-50 แบบนี้ ผู้ตัดสินเช็กควรเช็กวีเออาร์เพื่อความชัดเจน การที่ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ตัดสินใจให้ใบเหลืองทันทีทำให้ เชลซี เสียหายอย่างมากในช่วงเวลาที่ต้องไล่ตามตีเสมอให้ได้

อย่างไรก็ตาม กฎการใช้ วีเออาร์ ระบุว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้ตัดสินในสนามได้หากเป็นเหตุการณ์ที่แจกใบเหลือง ความโชคร้ายจึงตกที่ เชลซี เพราะ โควาซิช มีเหลือติดตัวอยู่แล้ว จึงกลายเป็นได้เหลือง-แดง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ออกมาบอกหลังเกมว่า เอฟเอ ควรทบทวนกฎการใช้ วีเออาร์ ใหม่

เปาเทย์เลอร์ ที่ยืนอยู่ตรงจุดเกิดและเห็นเหตุการณ์ต่อหน้า มองว่าจังหวะเข้าบอลของ โควาซิช พุ่งไปแรงกว่า ขณะที่ ชาก้า เจตนาเกี่ยวบอลหนี ไม่ได้เข้าอันตราย จังหวะที่เหมือนก่ำกึ่งจึงกลายเป็น โควาซิช เข้าหนักกว่าและเป็นคนฟาวล์

จากนั้นมีอีกจังหวะที่กังขาเมื่อ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายทวาร อาร์เซน่อล วิ่งออกมารับบอลโดยที่ตัวหลุดออกมานอกเขตโทษชัดเจน แต่ผู้ตัดสินมองว่าไม่ได้เป็นการแฮนด์บอลเพราะแม้ตัวจะออกนอกเขตโทษแล้วแต่จังหวะที่มือจับบอลนั้น บอลอยู่ตรงเส้นเขตโทษ ไม่ผิดกฎติกาแต่อย่างใด

Posted by admin

แท็กซ์ :

Warning: Invalid argument supplied for foreach() in /home/customer/www/premiumplus88.com/public_html/wp-content/themes/premiumplus88 Black&Gold/includes/section-blogcontent.php on line 29
หมวดหมู่ :
บทความ