มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ จะรุ่งหรือร่วง

มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ จะรุ่งหรือร่วง

Monday 22nd June 2020

มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ ปราการหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก จากฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม นำมาสู่การพิสูจน์ตัวเองกับยูเวนตุส

ลองมองย้อนกลับไปสมัยเล่นกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม นี่คือทีมที่เน้นปรัชญาเกมรุก แนวทางการเป็นกองหลังของคุณเป็นยังไงบ้าง ?

“ถือว่าเป็นเรื่องที่ยากเหมือนกันนะ เพราะหลายครั้งที่คุณต้องเผชิญหน้ากับกองหน้าฝ่ายตรงข้ามแบบตัวต่อตัว ทำให้ผมกลายเป็นกองหลังเหมือนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ผมไม่เคยเกรงกลัวการดวลแบบตัวต่อตัว และผมไม่กลัวที่จะดันเกมขึ้นสูงด้วย มันเป็นสิ่งที่ผมเฝ้าเรียนรู้ ตั้งแต่ที่อยู่กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม”

 

เป็นความจริงหรือเปล่าที่ คุณลงเล่นได้หลายตำแหน่ง สมัยอยู่กับระบบเยาวชนของอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เพื่อเป็นการพัฒนาความสามารถด้านเทคนิคของคุณเอง ?

“มันเป็นแบบนั้น ตอนที่ผมอายุ 15 ปี ผมลงเล่นเป็นกองกลางตัวรุก ผมเล่นกองกลางเป็นส่วนมาก โดยสามารถยิงประตู และแอสซิสต์ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม สโมสรบอกผมว่า มันจะเป็นการดีกว่า ในการที่ผมจะเลือกเล่นตำแหน่งเดียวไปเลย ผลสุดท้าย ผมมาจบลงที่ปราการหลังตัวกลาง ช่วงแรกผมไม่ชอบตำแหน่งนี้ กระนั้น แนวทางการเล่นกองกลางมาก่อน มีส่วนช่วยผมในประยุกต์กับการเล่นกองหลัง  ผมจึงมีความสุข กับพัฒนาการที่ผมต้องลงมือทำ”

 

การเล่นที่ยูเวนตุส ความสามารถเชิงเทคนิค มีความสำคัญมากขนาดไหน ?

“สำคัญมากเลยล่ะ ยูเวนตุส คือยักษ์ใหญ่ของประเทศอิตาลี แน่นอนว่า พวกเราเน้นฟุตบอลเกมบุกเป็นหลักด้วย พวกเราต้องการคว้าชัยชนะมาครอบครอง พื้นฐานสำคัญจึงต้องเริ่มมาจากกองหลัง คุณจำเป็นต้องแสดงความกล้าหาญออกมา รวมถึงแสดงความต้องการในการอยากลงสนาม หากคุณมีความคิดแบบนั้น คุณจะกลายเป็นคนที่มีความสามารถเชิงเทคนิค”

ความลับในการเล่นลูกโหม่งของกองหลังคืออะไร ?

“ผมมองว่า มันรวมเอาหลายปัจจัยเข้าไว้ด้วยกัน ผมมองว่ามี 3 เงื่อนไขด้วยกัน นั่นคือช่วงเวลา, พละกำลัง และการกระโดด หลักสำคัญอีกอย่างคือความกล้าหาญ และไม่เกรงกลัวที่จะแสดงให้เห็นว่า คุณสามารถเอาชนะลูกโหม่งจังหวะนั้นได้ หากคุณมีความสามารถในการคำนวนช่วงเวลา มีความสามารถในพละกำลัง และมีความสามารถในกระโดด แต่สุดท้าย คุณไม่มีความกล้าหาญ คุณก็จะไม่มีวันเอาชนะลูกโหม่งได้เลย”

 

ความเยือกเย็น เป็นสิ่งที่คุณกำลังเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ?

“ความสงบของจิตใจ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย หากคุณไม่มีสิ่งนี้ คุณพบกับปัญหาแน่นอน มันเป็นเรื่องของการรักษาสมดุลด้วย ย้อนกลับไปปีที่แล้ว อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สามารถทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม นั่นเพราะพวกเรามีจิตใจที่เต็มไปด้วยความสุข แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก คุณต้องนำความสงบกลับมา คุณต้องมีความเชื่อมั่นที่ดีด้วย อย่างเช่น -เมื่อเราพร้อมสุดขีด จะไม่มีใครสามารถหยุดเราได้- เป็นต้น”

 

คำถามสุดท้าย สมัยเล่นกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม  คุณเกือบเข้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ โดยคุณตั้งเป้าคว้าแชมป์รายการนี้กับยูเวนตุส หรือไม่ ?

“ความเชื่อเป็นสิ่งสำคัญมาก ทุกคนมีความฝันที่จะเอาชนะรายการนี้ อย่างไรก็ตาม มันมีทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมายเลย ดังนั้น คุณไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า จะคว้าแชมป์มาครอบครอง พวกเราจะพยายามอย่างสุดความสามารถ พวกเรารู้ดีว่าเราคือทีมที่ดี และเต็มไปด้วยคุณภาพ นี่คือสิ่งที่สำคัญ กระนั้น คุณต้องมีโชคเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย สุดท้ายมารอดูกันว่า พวกเราจะคว้าโทรฟี่มาครองได้หรือเปล่า”

การเล่นกองหลัง คุณตัดสินใจยังไงว่า จังหวะไหนควรเข้าปะทะ จังหวะไหนควรดูเชิง ?

“ย้อนกลับไปฤดูกาลที่แล้วกับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ผมเป็นนักเตะที่ไม่ได้เข้าแท็คเกิ้ลมากเท่าไหร่นัก ผมมองว่า หากผมไปไล่เสียบสกัดแล้ว จะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการเสียตำแหน่ง บางที ผมอาจจะแท็คเกิ้ล 1 ครั้งใน 3 เกมก็ได้ ส่วนฤดูกาลนี้กับยูเวนตุส ผมมองว่าตัวเองปรับมาแท็คเกิ้ลมากยิ่งขึ้น พร้อมวิเคราะห์เกมการเล่นของตัวเอง”

 

“ผมมองว่าการเล่นตามแนวทางของตัวเอง อาจเป็นการดีกว่าการไปไล่แท็คเกิ้ล แน่นอนว่า ทุกคนชอบการเสียบสกัด ตอนนี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค คือหนึ่งในกองหลังที่เก่งที่สุดในโลก คุณแทบไม่เห็นเขาไล่แท็คเกิ้ลเลย นั่นเพราะเขาคอยพาตัวเองเข้าไปอยู่ในพื้นที่ และเวลาที่เหมาะสม อาศัยแค่การยืนอ่านเกมเอา นี่คือสิ่งที่สำคัญ แม้แฟนบอลจะชอบการไล่เสียบสกัด แต่นี่น่าจะเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ผมเลือกทำ”

 

คุณมองว่าศิลปะการเสียบสกัด มีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ?

“ผมมองแบบนั้นนะ ผมมองว่า บทบาทของปราการหลังก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นเดียวกัน ก่อนหน้านี้ บรรดาทีมต่างๆมักที่จะมีพวกกองหลังตัวใหญ่ ที่เอาไว้ชนะลูกกลางอากาศ และมีหน้าที่เคลียร์บอลไปพ้นๆ แต่เดี๋ยวนี้ กองหลังเล่นได้สะอาดมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องไปไล่เสียบสกัด VAR จะคอยทำหน้าที่ของมันเอง ผมมองว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเล็งจังหวะฟุตบอลมากขึ้น”

มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์ กล่าว

Posted by admin

แท็กซ์ :
หมวดหมู่ :
บทความ